สถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยไม่น่าไว้วางใจ คลัสเตอร์ใหม่เพิ่มเติมกระจุยกระจาย ผับย่านทองหล่อมีหวังต้องปิดบิ๊กคลีนนิ่งขนาดใหญ่ หลังพบผู้ติดเชื้อขยายลุกลาม รวดเร็ว เล่นเอาขาเที่ยว วัยโจ๋ วัยจ๊าบเซ็งสุดๆ 

 

ที่น่าตระหนกคือมีข่าวรัฐมนตรีบางส่วนไปเที่ยวอยู่ในกลุ่มเสี่ยง แต่ออกมาปฏิเสธกันพัลวัน ไม่ว่าจะเป็น นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 

 

นายสุพัฒนพงษ์ออกอาการขำๆปฏิเสธ แต่ก็ไปตรวจโควิดให้สบายใจ ไม่รู้ว่าทำให้คนอื่นสบายใจ หรือตัวเองสบายใจกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ไม่สบายใจกันเลยก็คณะรัฐมนตรี ที่ร่วมวงประชุมครม.กันนั่นแหละ แม้แต่“บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ก็ไม่รู้เป็นไง หลายคนอาวุโสกันแล้วติดขึ้นมาก็เสี่ยงตาย 

 

ในแง่สุขภาพก็เรื่องหนึ่ง แต่สำคัญคือเรื่องเศรษฐกิจความเชื่อมั่น กำลังปลดล็อกผ่อนคลายเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาใช้จ่ายเพิ่มรายได้ให้ประเทศไทย กลับมาเจอเรื่องแบบนี้เข้าไปต้องเอาเท้าก่ายหน้าผาก หากคลัสเตอร์หลายแห่งที่พบ ทั้งทูตญี่ปุ่น เรือนจำ ผับ บาร์ ตลาด โรงพยาบาลขอนแก่น กระจายขยายใหญ่โต ก็งานช้าง ซวยซ้ำซาก 

 

รัฐบาลที่ออกอาการเมาหมัดเพราะเงินคงคลังร่อยหรอ ซ้ำยังบริหารไม่เอาอ่าว เอาทะเล ถึงขั้นคิดจะเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% ขึ้นไปอีก เรื่องนี้อาจต้องทบทวนขึ้นภาษีจริงจังก็ได้ เพราะเงินทองไม่มีเหลือใช้ ต้องรีดขนห่านเป็นทางออก คำตอบสุดท้าย เพราะหนทางเปิดประเทศท่องเที่ยวไม่ค่อยสดใส ติดล็อกลูกผีลูกคนเพราะโควิด 

 

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดภาวะขาลงจริงๆ แม้กลไกการเมืองของรัฐบาลจะสามารถต่อท่ออำนาจลากยาวผ่านฉลุย ด้วยพินัยกรรมตำรารัฐธรรมนูญฉบับซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ออกแบบค่ายกลสืบอำนาจให้“บิ๊กตู่”สุดลิ่มทิ่มประตู แต่ถ้ากลไกกึ๋นฝีมือบริหารยัง “ห่วยขั้นเทพ” ก็ไม่รู้จะสืบอำนาจไปทำขี้เกลือมะเขือเผาอะไร อยู่ต่อไปหรือเสนอหน้ากลับมาให้คนสาปแช่งเปล่าๆ 

 

วิกฤติเศรษฐกิจซ้อนทับโควิด “รัฐบาลโควิด เศรษฐกิจโคม่า” ไม่รู้จะเยียวยาแก้ไขกันยังไง รัฐบาลดูเหมือนอับจนหนทาง เหมือนคนสิ้นหวัง ซึมเศร้า กลายเป็นจุบสลบที่หยิบขึ้นมากระทุ้งกระแทกเมื่อไหร่ก็สะเทือนเมื่อนั้น 

 

ตอนนี้ม็อบเด็ก ม็อบผู้ใหญ่ สามัคคีชุมนุมกันเอิกเกริก เพราะไทม์มิ่งมันได้กับอารมณ์สังคมที่ทนอยู่ดูความดักดานทู่ซี้ของรัฐบาลลุงตู่ต่อไปไ่ม่ไหว มันสุดจะทานทนแล้ว ธุรกิจปิดกิจการ คนตัวเล็ก ตัวน้อย หาเช้ากินค่ำอยู่กันแบบอดมื้อกินมื้อ แถมยังมองไม่เห็นอนาคต ความหวัง แสงสว่างปลายอุโมงค์

 

ถ้าจะอดตาย ก็ขอไปตายเอาดาบหน้า ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลลุงตู่ให้รู้แล้วรู้รอด ตอนนี้ม็อบผู้ใหญ่ออกมาเคลื่อนไหว ลดเพดานจำกัดแค่การ “ไล่ลุง” ไม่ทะลุฟ้าสูงไปกว่านั้น แนวร่วมอาจออกมาเยอะขึ้น เพราะอารมณ์กดดันสะสมคั่งแค้นมานานจนเจียนบ้า

 

ม็อบเด็กราษฎรไม่ต้องพูดถึงพร้อมออกมาล้างแค้นที่โดนแกงซ้ำซาก ม็อบเสื้อแดงก็พร้อมลุยเพราะเครือข่ายอำนาจเดิมของตัวเองถูกยึดอำนาจไปด้วยปลายกระบอกปืน ขณะที่ม็อบเสื้อเหลือง แก๊งนกหวีด กปปส. ก็เพิ่งโดนไปหลัดๆ “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” ติดคุกกันหัวโต แผลยังสด แค้นยังแน่นสุมอก แต่ต้องเก็บอาการไว้ก่อน 

 

จังหวะเหมาะ สถานการณ์สุกงอมเมื่อไหร่ ไม่แน่อาจเห็นเสื้อเหลือง กปปส. ออกมาผสมโรงขยี้รัฐบาลลุงตู่กับเขาด้วย รื้อล้างระบบ 3 ป. ออกไปก่อน จากนั้นค่อยมาล้างกันเอง ว้าเหว่ประเทศไทย ล้างเท่าไหร่ก็ไม่สะอาดสักที