กลุ่มราษฎร ยื่นจดหมายเปิดผนึก ถึงรมว.คลัง ขอให้ลดงบสถาบันฯ-กองทัพ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด19 อย่างเท่าเทียม เสนอจ่ายเงินประชาชนอย่างทั่วถึง เดือนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน


ที่กระทรวงการคลัง วันนี้ 22 ม.ค. เวลา 13.00 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง พร้อมด้วยมวลชนกลุ่มราษฎร ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่อง ขอให้ลดงบสถาบันกษัตริย์ และงบกองทัพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามฉุกเฉิน
 

โดยจดหมายระบุว่า เนื่องด้วยปัจจุบันได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายฟันธุ์ใหม่ 2019 ระลอกสองในประเทศ ก่อให้เกิดสภาวะเศรษฐกิตกต่ำอย่างรุนแรง ส่งผลให้พี่น้องประชาชนต้องประสบความทุกข์ยากอย่างใหญ่หลวง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลับไม่สามารถช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้ว่ามีพี่น้องประชาชนจำนวนมากเข้าไม่ถึงเงินเยียวยาจากโครงการคนละครึ่งเฟสสอง ทั้งจากที่ไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และจากที่ประชาชนต้องแย่งชิงกันลงทะเบียนรับสิทธิจากโครงการดังกล่าวจนสิทธิเต็มในเวลาไม่ถึงห้านาที เหตุเหล่านี้ล้วนแต่เป็นข้อตอกย้ำว่ามาตรการเยียวยาประชาชนของรัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ดังนั้น ราษฎรจึงขอเสนอแนะให้พิจารณาตัดลดงบประมาณที่สูงเกินความจำเป็น ไม่เหมาะสมแก่เวลา หรือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะ เช่น งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งมีจำนวน 37,228 ล้านบาท และงบประมาณของกองทัพ ซึ่งมีจำนวน 223,467.7 ล้านบาท และนำมาใช้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนดังต่อไปนี้

1.เยียวยาประชาชนอย่างถ้วนหน้าเท่าเทียม โดยให้รัฐเยียวยาประชาชนผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปด้วยเงินรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า เดือนละ3,500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน โดยมาตรการดังกล่าวจะใชังบประมาณราว 525,000 ล้านบาท หากตัดลดและโยกย้ายงบที่ไม่จำเป็นข้างต้นรวมกับงบประมาณที่คงเหลือจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ฯ ก็จะมีงบประมาณพียงพอเยียวยาประชาชนได้อย่างถ้วนหน้า

2. นำเข้าและกระจายวัคซีนโควิด-19 แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และทันท่วงที และเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของโรค เสริมสร้างความมั่นใจและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

3. ลดหรือช่วยอุดหนุนค่าครองชีพของประชาชน ทั้งค่าสาธารญปโภค ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโดยสาร อย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน และสำหรับนักเรียน นักศึกษา จะต้องมีการลดค่าเล่าเรียน พร้อมทั้งช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเรียนออนไลน์ด้วย

ทั้งนี้ การบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนทั่วประเทศ ย่อมสำคัญกว่าการเทิดทูนพระเกียรติ ซึ่งไม่ได้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการจัดซื้อซ่อมบำรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ในช่วงที่มิได้เกิดสงคราม จึงขอให้รัฐบาลตัดสินใจโดยยืดถือประโยชน์ของคนส่วนมากเป็นหลัก มิใช่เพื่อคนส่วนนัอยเพียงไม่กี่ตระกูล