“สาคร”  ชง สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาประชาชนบุกรุกพื้นที่สวมปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในพื้นที่ภาคใต้. หลังสร้างสารพัดปัญหา โยงกลุ่มผู้มีอิทธิพล จี้รัฐ เร่งแก้ปัญหาด่วน 

 

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2564. ที่รัฐสภา นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฏรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาประชาชนบุกรุกพื้นที่สวมปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในพื้นที่ภาคใต้ อภิปรายว่า  ในปี2525-2526 รัฐบาลได้มีนโยบายให้เอกชน ผู้ประกอบการต่างๆได้เข้าไปเช่าพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมของรัฐเพื่อประกอบกิจการสวมปาล์มน้ำมัน  โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่ และรายกลางหลายรายเข้ามาเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้และทำสวนปาล์มต่อเนื่องมายาวนาน สร้างเศรษฐกิจ สร้างงานให้กับภาคใต้จนนำมาสู่ปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจและพืชพลังงานทดแทนจนถึงปัจจุบัน  ถือว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองไม่น้อย  แต่หลังจากปี 2555 -2557  พื้นที่สัมปทานเหล่านี้ได้หมดอายุลง  และไม่มีการจัดการจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ความชัดเจนในเรื่องต่างอย่างความชัดเจน จนเปิดช่องว่างให้ผู้ที่ไม่สุจริตได้เข้าไปใช้โอกาสนี้เป็นช่องทางในการทำมาหาประโยชน์ ทั้งกลุ่มอิทธิพล  กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนเองได้เข้าไปบุกรุกพื้นที่เหมือนไม่มีกฎหมายมากำกับ  โดยมีกองกำลัง และอาวุธ มีการทำร้ายจนถึงชีวิตกันอย่างต่อเนื่อง  มีขบวนการจัดเก็บค่าสมาชิกและจัดสรรแบ่งที่ดินให้สมาชิกเข้าไปเก็บผลประโยชน์ และนำมาแบ่งปันกันโดยอำเภอใจ  จึงเห็นว่าควรน่าจะมีการจัดสรรดูแลทรัพยากรเหล่านี้ให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งเช่นนี้จะเกิดขึ้นเรื่อยไป

 

นายสาคร กล่าวต่อว่า  ญัตติที่ตนและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เสนอครั้งนี้ เพราะมีความกังวลในหลายเรื่อง ทั้งมีผู้ไม่สุจริตเข้ามาหากินทำให้ประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ต้องตกเป็นเหยื่อ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบๆแปลงสัมปทานที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำเหล่านี้    ที่ผ่านมามีการจัดสรรแบ่งปัน และมีคณะกรรมการจังหวัดหลายชุดเข้าไปพิจารณาการประกาศหลักเกณฑ์ และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้ยากไร้สามารถเข้าไปเข้าชื่อมีสิทธิในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้ในโอกาสต่อไป โดยมีการเรียกร้องเกษตรกรในพื้นที่ว่า การจัดลำดับความสำคัญควรจะดูเกษตรกรในพื้นที่เป็นลำดับต้นๆ  โดยให้เขาให้รับการจัดสรรปั่นส่วนในการแบ่งพื้นที่สัมปทานที่หมดอายุสัมปทานด้วยเช่นกัน 

 

“รัฐจะต้องมีความชัดเจนและมีความจริงใจในการแก้ปัญหา และเข้าไปดูแลอย่างเร่งด่วน สภาเรามีส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ ที่มีสัญญาสัมปทานเหล่านี้ต่างได้รับการร้องเรียนตลอดมา เราจึงได้เล็งเห็นและยืนญัตติต่อสภาเพื่อส่งให้รัฐบาลได้แก้ไข แม้ทางวิปสองฝ่ายมองว่าไม่ต้องถึงขั้นตั้งคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา แต่จะส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการสามัญทำการศึกษา ผมจึงอยากเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ที่มีปัญหาต่อนเนื่องมายาวนานและยังเป็นปัญหาอยู่ อยากให้มีการได้เร่งรัดจัดการให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการที่หมดอายุสัมปทานแล้ว ได้ส่งคืนที่ดินให้รัฐอย่างถูกต้อง ผู้ที่จะมีสิทธิ์ได้รับสิทธิจัดสรร ควรจะได้รับรู้ถึงใช้ที่ดินว่าควรจะทำอะไรเพื่อให้เกิดประโยชน์อะไรสูงสุด เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง  เพื่อรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและลุกลามไปมากกว่านี้” นายสาคร กล่าว