อีกไม่กี่วันจะถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคณะราษฎร เวอร์ชั่น 2563 หลังเปลี่ยนชื่อมาหลายรอบตามที่ "หมอกระเด็น"นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหอกกลุ่มไทยภักดี ปรามาสว่าจำไม่หวาดไหว 
.
วันครบรอบเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 นัดรวมพลที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นำโดย อานนท์ นำภา ในแง่สัญลักษณ์ค่อนข้างตรงกว่าเมื่อวันที่ 19 กันยายน เพราะวันนี้ถือเป็นการต่อสู้ของบรรดานิสิต นักศึกษา ในอดีต ที่บาดเจ็บล้มตายไปจำนวนมาก 
.
ให้เผอิญว่าวันนัดหมายตรงกับพระราชพิธีสำคัญ แกนนำประกาศจะชุมนุมยืดเยื้อเพื่อไล่ "รัฐบาลลุงตู่" แต่อีกหนึ่งในข้อเรียกร้องคือ การปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง  
.
หลายฝ่ายเริ่มแสดงความเป็นห่วง การที่ม็อบยืนยันจะชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเส้นทางพระราชดำเนิน ถือว่าล่อแหลม ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมจะเผด็จศึกแกนนำม็อบด้วยการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
.
การชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ น่าจะยังเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่า ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมจะเยอะหรือน้อยลงกว่าเมื่อวันที่ 19 กันยายน ท่ามกลางกระแสข่าวเสื้อแดงเกียร์ว่าง เพราะผิดหลักการของพรรคแกนนำหัวจ่ายอย่างพรรคเพื่อไทย ที่นโยบายเริ่มชัดว่าไม่เล่นของสูง 
.
ยิ่งเมื่อแกนนำม็อบพูดชัดว่า จะชูธงเรื่องอะไรในวันที่ 14 ตุลาคม หากใครในพรรคเพื่อไทยคิดจะเป็นท่อน้ำเลี้ยง พาคนมาร่วมชุมนุม เท่ากับ ท้าทายและประกาศศึกกับแกนนำพรรคตัวจริง 
.
กระนั้นก็จะยังมีคนเสื้อแดงบางส่วนที่เดินทางมาเข้าร่วมชุมนุมด้วยแน่นอน แต่ประเมินแล้วปริมาณคงไม่มากเมื่อเทียบกับวันที่ 19 กันยายน 
.            
ส่วนเรื่องที่มวลชนจะปักหลักค้างคืนแบบแน่นพื้นที่คงเป็นไปได้ยาก ส่วนใหญ่น่าจะมีแต่พวกขาจรที่มาแสดงสัญลักษณ์และเดินทางกลับ ไม่พักแรม เพราะไม่มีเจ้าภาพอำนวยความสะดวก แม้แต่ค่ายสีส้มก็บอกว่ามาในฐานะแขกรับเชิญ
.
ยกเว้น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้าจะเลิกอยู่หลังฉาก ออกมาถือธงนำเองในวันนั้น และธนาธรเองก็ถือว่าเรียกแขก เรียกแนวร่วมได้ เพียงแต่จะกล้าหรือไม่ เพราะวันนี้ได้หันเหไปทุ่มน้ำหนักที่การเลือกตั้งท้องถิ่น หลังเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. ไปแล้ว 32 คน 
.
หากธนาธรถือธงนำม็อบ เท่ากับพาตัวเองมาเสี่ยงกับและแผนการที่จะฮุบท้องถิ่นก็มีแววจะล่มด้วย เพราะหมายถึงคดีความต่างๆ จะตามมาเพิ่มแน่หากเหตุการณ์บานปลาย นอกจากจะไม่มีสิทธิเข้าไปเจาะฐานเสียงท้องถิ่นแล้ว ตัวเองอาจจะไม่ได้อยู่ประเทศด้วย ซึ่งเป็นเดิมพันที่สูงมาก 
.
การชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ มองภาพรวมเหมือนการเดิมพันครั้งสุดท้ายเหมือนกัน เพราะเนื้อหาที่จะปราศรัยล่อแหลมสุ่มเสี่ยง หากแกนนำม็อบ หรือผู้ชุมนุมทำอะไรที่ห่ามห้าว กระแสจะตีกลับเข้าสู่หาม็อบเอง และการชุมนุมครั้งต่อๆ ไป จะไม่มีใครกล้ามาร่วมชุมนุม เพราะไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตยเสียแล้ว
.              
ในที่สุดม็อบอาจจะฝ่อด้วยตัวเอง โดยไม่มีใครทำอะไร แม้แต่ฝ่ายความมั่นคงก็ไม่ต้องเข้าไปปราบปราม หรือสลายการชุมนุม และไม่ต้องปฏิวัติรัฐประหาร เพราะม็อบทำลายตัวเองไปแล้ว
.
อย่างที่มีการประเมินกันไว้หากรัฐบาลผ่านพ้นช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นวันสัญลักษณ์ไปได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ และหากเปิดสภามา มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่บิดพลิ้วเตะถ่วง เงื่อนไขต่างๆ ก็จะถูกลดไปทีละนิด 
.              
จึงน่าจับตา วันที่ 14 ตุลาคม จะเป็นวันชี้ชะตาม็อบ ลุยต่ออย่างทรงพลังหรือจบลงเพียงเท่านี้
.
🖊หมวยลำเค็ญ