ม็อบชนม็อบเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 บาดเจ็บเล็กน้อย "คณะราษฎร 63” กับคณะม็อบเสื้อเหลืองผู้จงรักภักดี ที่ขนเจ้าเก่าหน้าเดิมมาชุดใหญ่ นำโดย "เทพเทือก"สุเทพ เทือกสุบรรณ ขาใหญ่กปปส.

 

ตามมาด้วย "พุทธอิสระ” นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตแกนนำกปปส. “หมอข้าว” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี “หมอเหรียญทอง” นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ กับปฏิบัติการเก็บขยะแผ่นดิน แล้รถขยะก็แห่แหนกันมาจนฮือฮาโลกโซเชียล

 

ชั่วโมงนั้นเกิดอาการ “เดจาวู” ประวัติศาสตร์เลือดในอดีตตามหลอกหลอน ประชาชนบาดเจ็บล้มตายตามหน้าประวัติศาสตร์การเมือง เพียงเพื่อผลักดันผู้มีอำนาจบรรลุวัตถุประสงค์

 

แต่ประชาชนแทบไม่เคยได้รับชัยชนะจากการปะทะของมวลชนต่างกลุ่มกัน เพราะมีแผนการชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น ไม่ใช่การสู้กันโดยตรง เป็นสงครามตัวแทน แอบอ้าง สับขาหลอก

 

ม็อบนักศึกษาที่ชูธง ไม่เอา “บิ๊กตู่” ไม่เอารัฐธรรมนูญ60 แต่พ่วงมาด้วยข้อเสนอค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ปฏิรูปสถาบัน ปฏิบัติการห่ามห้าวสะท้านสะเทือนขบวนเสด็จ

 

จ้องจะพลิกฟ้าด้วยฝ่ามือ เปลี่ยนประเทศชาติกันชั่วข้ามคืน ให้มันจบที่รุ่นเรา ซึ่งนั่นถูกมองว่าเร่งเกมเร็วเกินไป สุดท้ายก็ลงเอยอย่างที่เห็น กระทำการไม่เหมาะสม กลายเป็นม็อบล้มเจ้าไปแล้ว

 

จากนี้จะเบนเป้าไปทิศไหนก็เลี่ยงข้อครหานี้ไปไม่พ้น จะพุ่งหอกดาบใส่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม คนเดียว ก็คงเชื่อไม่สนิทใจแล้ว

 

ถ้าสมมติวันหนึ่งไล่พล.อประยุทธ์สำเร็จแล้วจะหยุดหรือไม่ คำตอบส่วนใหญ่คือคิดว่าไม่

 

กระนั้นตอนนี้ทางการ เครือข่ายผู้มีอำนาจ รัฐบาล รู้มุก รู้ทางเด็กๆหมดแล้ว ทยอยจับแกนนำได้โดยละม่อม จะรุ่นสองรุ่นสาม รุ่นสี่ คาดว่าเดี๋ยวก็กวาดจับหมด

 

เพราะม็อบเด็กๆเป็นลักษณะ “ม็อบเช็คอิน” เลิกเรียนมาเข้าม็อบถ่ายรูป พอหัวค่ำก็กลับบ้าน การทำม็อบยังหละหลวม อาจเป็นเพราะเครื่องจักรสีแดงถอยไปด้วย ไม่มีฮาร์ดคอร์คอยตั้งป้อมวางแนวป้องกัน เจ้าหน้าที่มาเมื่อไหร่แกนนำก็โดนหิ้วเมื่อนั้น

 

ต้องจับตาดูพลังมวลชนจะเข้มแข็งยืนหยัดได้แค่ไหน ประชาธิปไตยไม่เคยได้มาโดยง่าย

 

แต่ที่เล่นกันง่ายเสมอมาในประเทศไทยคือเกมพาวเวอร์เพลย์ของเครือข่ายผู้มีอำนาจแอบอิงฝ่ายอำมาตย์ หรืออำมาตยาธิปไตย

 

วันนี้ตามเชิงการต่อสู้ไม่ให้ราคาม็อบเยาวชน มองเป็นแค่ม็อบฟันน้ำนม เป้าหมายหลักคือการเดินเกมยื้ออำนาจกันภายในเครือข่าย รวมตัวกันสู้ก่อนเมื่อฝุ่นควันจางก็มาสะสางกันเอง

 

แต่หมากเกมคราวนี้อาจเปลี่ยนไปแบบเดินทีเดียวกินสองต่อ อาศัยจังหวะชุลมุน ถอนยวง“บิ๊กตู่” และทีมงาน 3 ป. ไปพร้อมกับม็อบนักศึกษา โดยใช้เรื่องสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นข้ออ้าง

 

ชั่วโมงนี้ถ้าเกิดความรุนแรง หรือคุมเกมไม่อยู่ “บิ๊กตู่” ย่อมตกที่นั่งลำบาก ในฐานะหัวขบวนอำนาจประเทศไทย จะถูกเซ่นสังเวยความผิดพลาด หรือ ตกเป็น “แพะ” ได้ง่ายๆ

 

แล้วก็จะถูกบีบให้ลาออกไปแบบจำใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้ “บิ๊กตู่” เป็นจำเลยสังคมแน่นอน

 

"บิ๊กตู่"ย่อมรู้หมากเกมนี้แน่นอน อำนาจยุบสภาที่อยู่ในมือคือทางออกและทางสู้ หากได้กลิ่มทะแม่งๆ อาจชิงยุบสภาล้างกระดานไปเสียก่อน ตัวเองก็มีสิทธิพลิกเกมชิงกระแสกลับมาเป็นนายกฯอีกรอบด้วยกติกาพิสดารฉบับ60 ที่เอื้อประโยชน์ด้วยเองสุดๆ

 

แต่หมากอีกแต้มที่ไม่รู้จะต้านทานไหวไหม คือการปฏิวัติรัฐประหารโดยกองทัพ เพียงแต่มันจะผิดเพี้ยนจากคำพูดที่ "บิ๊กแก้ว" พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยืนยันไม่มีการปฏิวัติอยู่ในความคิด เช่นเดียวกับ “บิ๊กบี้”พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. บอกว่าโอกาสปฏิวัติเป็นศูนย์ถึงขั้นติดลบ

 

แต่ไม่ว่าจะล้างกระดานอำนาจ โค่นอำนาจ 3 ป. กันรูปแบบไหน ถามว่าประชาชนพอใจไหม คำตอบคือไม่แน่นอน สุดท้ายบ้านเมืองก็กลัดหนองต่อไปจนบวมเป่ง รอวันแตกระเบิดในอีกไม่ช้าไม่นาน

 

หมวยลำเค็ญ