เมื่อคืนวันพุธที่ 7 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ วัย 61 ปี กับส.ว.หญิง คามาลา แฮร์ริส คู่แข่งชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี จากพรรคเดโมแครต อดีตอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย วัย 55 ปี ต่างเผชิญหน้าเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการดีเบตที่จัดขนเพียงครั้งเดียว ในเมืองซอลต์เลคซิตี้ รัฐยูท่าห์ โดยมีคอกกระจกกั้นทั้งสองฝ่าย และเว้นระยะห่าง 3.7 ม.เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยคำถามแรกจากนางซูซาน เพจ ที่รับหน้าที่เป็นพิธีกร ที่ถือว่าสำคัญสุดของเวทีนี้เป็นเรื่องปัญหาโควิดในประเทศมียอดผู้เสียชีวิตมากกว่าประเทศอื่น ซึ่งนายเพนซ์ ตอบว่าช่วงแรกนายทรัมป์สั่งให้ดูแลสุขภาพชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก รัฐบาลจึงปิดห้ามจีนเข้าประเทศ ทำให้ช่วยชีวิตชาวอเมริกันได้หลายแสนคน ทั้งเตรียมวัคซีนให้กับชาวอเมริกันหลายล้านคน นายทรัมป์ทำงานมากกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯคนไหน


ขณะที่นางแฮร์ริสตอบโต้กลับถึงนายทรัมป์ที่ว่าโควิดเป็นเรื่องหลอกลวง การรับมือโควิดของนายทรัมป์ต่างหากที่เป็นการหลอกลวง ทั้งยังมองว่า การรับมือโควิด-19 ในประเทศ ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 43,103 คน เป็นกว่า 7.7 ล้านคน และเสียชีวิตอีก 800 คนเป็นกว่า 216,000 คนนั้นเป็นความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่สุดของประธานาธิบดีคนใด ๆ ในประวัติศาสตร์ และเรื่องการฉีดวัคซีนนั้น นางแฮร์ริสตอบว่า หากดร.แอนโธนี่ เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดแนะให้ฉีด ตนก็จะทำ แต่หากนายทรัมป์แนะนำตนไม่ทำ ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่นายเพนซ์พยายามแทรก ทำให้นางแฮร์ริสกล่าวว่า ท่านรองประธานาธิบดี ดิฉันกำลังพูดอยู่

   
และที่กลายเป็นบทสนทนาในโลกออนไลน์มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง คือจังหวะที่แมลงวันบินไปเกาะบนศีรษะของนายเพนซ์ จนคำว่า “fly”ที่แปลว่า แมลงวันขึ้นเทรนด์ติดอันดับทวิตเตอร์ และนายไบเดนก็ทวีตแซวด้วยภาพถือไม้ตีแมลงวัน ซึ่งมีคนเข้าไปกดชอบกว่า 200,000 ครั้งภายในเวลาแค่ 10 นาทีเศษ

 

 

 

ข่าวจากเอเอฟพี ภาพเอเอฟพีและทวิตเตอร์