เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุแบงก์ปลอมระบาด จ.ขอนแก่น โดยตามข่าวมีผู้หญิงอายุ 20 กว่า ขี่มอเตอร์ไซด์มาซื้อลอตเตอรี่ กับคุณลุงท่านหนึ่ง และใช้ธนบัตรชนิดราคา 500 บาทปลอมจ่ายให้ ซึ่งช่วงชุลมุนคุณลุงไม่ทันดู ทำให้รับแบงก์ปลอมมา และมารู้ทีหลังนอกจากนั้น ยังพบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าอีกหลายราย เสียทีกับแบงก์ปลอมของมิจฉาชีพรายนี้ด้วยเหมือนกัน
    
ทำให้พ่อค้าแม่ค้าในภาคอีสาน เริ่มวิตก ขณะเดียวกัน ยังไม่แน่ใจว่าแก็งแบงก์ปลอมจะมีแค่แก็งนี้ หรือระบาดไปอีกหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศ


และที่สำคัญคือ “แบงก์ปลอม” ถือเป็น “สิ่งผิดกฎหมาย” ถ้ารับเผลอรับมาเป็นของเราแล้วถือว่า “ซวยมาก” เพราะเราไม่สามารถนำไปแลก หรือนำไปใช้ต่อได้ ไม่เช่นนั้น เราจะกลายเป็น “คนทำผิดกฎหมาย” ไปด้วยและเราเองอาจจะถูกจับไปด้วย


หากได้รับ “แบงก์ปลอม” มาสิ่งที่ทำได้คือ แจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี และช่วยแจ้งเตือน “คนอื่น” ให้ป้องกันเท่านั้นโอกาสที่จะได้เงินคืน แทบจะเป็นศูนย์
    
ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุดคือ “ป้องกัน” อย่างไรให้เราไม่กลายเป็น “เหยื่อ”
    
จากการสอบถาม “ธนาคารแห่งประเทศไทย” พบว่า แบงก์ปลอมมักจะมาพร้อมกับ “เศรษฐกิจซบเซา” เหมือนเป็นเนื้อคู่กัน 
    
และหลังจากนี้ืคือ  4 ข้อ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ เพื่อลดความเสี่ยง!!
    
ข้อแรก หากถามว่า ส่วนใหญ่ ธนบัตรปลอมจะเป็นชนิดราคาใด แบงก์ชาติ ระบุว่า จะเป็นธนบัตรราคาแพง คือ ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท หรือชนิดราคา 1,000 บาทโดยนำมาซื้อของในราคาที่ไม่สูงมาก เช่น 100-300 บาท เพื่อให้ได้เงินจริงทอนกลับไป
    
ข้อที่ 2 มักเอาไปใช้ที่ไหน คำตอบของแบงก์ชาติ คือ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยใช้ในร้านใหญ่ๆ แต่จะนำไปใช้ตามร้านเล็ก ๆ หาบเร่ แผงลอย และร้านสะดวกซื้อ และที่พบบ่อยที่สุด คือ ตามตลาดนัด ตลาดขายส่งทั่วประเทศ และอีกสถานที่ที่พบบ่อยคือ ตลาดการค้าบริเวณชายแดน 
    
ข้อที่ 3 มักจะเจอแบงก์ปลอมในช่วงไหน เวลาใด เวลาที่หน่วยตรวจนอกสถานที่ของแบงก์ชาติพบแบงก์ปลอมบ่อยที่สุด คือ ตั้งแต่เวลาโพล้เพล้ หรือเวลาเย็นๆ ต่อค่ำๆ ที่แสงสว่างน้อยๆ หรือในช่วงเช้าที่ยังไม่สว่างดี รวมทั้ง ช่วงชุลมุนที่มีการค้าขาย มีลูกค้ามากๆ ช่วงเหล่านี้จะเป็นช่วงที่จะพบแบงก์ปลอมบ่อย
    
และข้อที่ 4 ข้อสุดท้าย คือ ใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายของมิจฉาชีพเหล่านี้ คือ พ่อค้าแม่ค้าที่เป็นคนสูงอายุ หรือร้านค้าที่มีลูกค้ามากๆ ยุ่งๆ หรือร้านค้าที่อยู่ห่างไกลคนอื่น ขณะที่ร้านสะดวกซื้อเป็นอีกเป้าหมาย ยามดึกๆ เลยเที่ยงคืนไปแล้ว 
    
หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อหากอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ให้ตั้งสติ และระมัดระวัง ตรวจสอบเงินที่ได้รับจากลูกค้า หรือคนอื่นๆ ทันที โดยเฉพาะราคาสูงๆ ยอมเสียเวลาสักนิด แต่ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้!
    
ขณะเดียวกัน แล้ววิธีตรวจสอบแบงก์ปลอมแบบง่ายๆ ที่สุด  สะดวกที่สุด จะตรวจสอบอย่างไร
    
สิ่งที่ตรวจสอบได้ สำหรับธนบัตรของทุกรุ่น ทุกราคา คือ ให้ลูบธนบัตร ที่บริเวณตราประจำพระองค์ คำว่า รัฐบาลไทย และตัวเลขแสดงราคาที่เป็นตัวอักษร  เมื่อลูบไปจะสะดุดมือ เพราะเป็นการพิมพ์แบบพิเศษ คือ การพิมพ์เส้นนูนที่ปลอมได้ยาก หากลูกแล้วไม่สะดุดมือ ให้สันนิษฐานไว้ก่อน ว่าเป็นแบงก์ปลอม
    
นอกจากนั้น ที่ตรวจสอบได้อีก คือ การดูลายน้ำจะชัดเจน มองเป็นภาพที่ชัดเจน ขณะที่ตราพระครุฑพ่าห์ จะซ้อนทับด้านหน้ากับด้านหลังเป็นรูปที่ชัดเจนเมื่อพลิกเอียง  หากสัญญาลักษณ์เหล่านี้มีความผิดเพี้ยน ให้ตั้งขอสังเกตไว้ว่าอาจจะเป็นแบงก์ปลอมเช่นกัน
    
และท้ายที่สุดที่ฝากไว้ คือ แบงก์หรือธนบัตรที่เลอะในพื้นที่สำคัญๆ หรือ มีการขีดเขียนข้อความจนเลอะเทอะ อาจจะเป็นการทำเพื่อปิดบังการตรวจสอบว่าเป็นแบงก์จริงหรือปลอมได้ ดังนั้น ให้ระวังไว้เช่นกัน
    
ที่สำคัญที่สุด หากเราได้รับแบงก์ปลอมมา ขอให้อย่าใช้ต่อ และแจ้งตำรวจเพื่อให้ได้เบาะแส ให้ถือว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์เก่า และสร้างบุญใหม่ไม่ให้คนอื่นโดนหลอกอย่างเราไปด้วยพร้อมกัน