เหล้าเก่าในขวดใหม่ เขย่าไหลออกมาแล้วไม่มีอะไรตื่นเต้นแตกต่างจากเดิมมากนัก เจอแต่หุ่นเชิด หุ่นกระบอกเสียส่วนใหญ่ เข้ามานั่งเป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย 

 

“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์-ประเสริฐ จันทรรวงทอง” หัวหน้าและเลขาธิการพรรค ล้วนสายตรง“ตึกชิน” เด็กเจ๊แดง-เจ๊ปู และอยู่ภายใต้การคอนโทรลของ “ทักษิณ-หญิงอ้อ” 100% 

 

หมายความว่าหลังจากนี้เจ้าของพรรคตัวจริงจะเข้ามาบริหารเต็มตัว ส.ส.-สมาชิกพรรคเตรียมเปลี่ยนจากชุดสูทเป็นพนักงานบริษัท ชิน คอร์ป “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับเจ้านาย”

 

ตามนโยบายแยกแดงออกจากส้ม แยกขวาออกจากซ้าย สู้ไปกราบไป ตามข่าวล่าสุดการ์ดเสื้อแดงถอนตัวจากขบวนการม็อบเยาวชนปลดแอก ส่งสัญญาณนับหนึ่งไอ้เสือถอยหมอน มุ้ง เสื่อ 

 

หญิงอ้อ และ เลขา “ป้าแจ๋ว” ที่ต้องจับตาหลังจากนี้ เพราะจะมีบทบาทสูงเด่นเป็นสง่าภายในพรรคเพื่อไทย ชนิดเจ๊ๆเฮียๆ แกนนำระดับรองต้องพินอบพิเทาเข้าหา จะมากุมบังเหียนพรรค เข้าประชุมเป่ากระหม่อมมอบนโยบายเดือนละ 2-3 ครั้ง 

 

ไม่ว่าใครก็ใครคงตุกติกขัดขืนลำบาก เพราะปั๊มหัวจ่ายเริ่มไหลคล่อง ซองน้ำตาลกลับมาแจกสะบัด

 

ส่วนพวกซ้ายจัด “อ้วน มิ้ง เลี้ยบ” คงต้องเก็บอุดมการณ์ “คนตุลา”เข้าลิ้นชัก เพราะงานนี้กราบลูกเดียว กราบสะท้านปฐพี แต่ก็ย้อนแย้งดีพิลึกกลุ่มคนเหล่านี้จะเข้าไปเป็นคณะผู้บริหาร หรือ “โปลิตบูโร” ที่สั่งคณะกรรมการบริหารพรรคให้ซ้ายหันขวาหันได้ ทั้งๆที่ต้องกราบจนหัวสั่นหัวคลอน  

 

ดังนั้นชื่อ “โปลิตบูโร” ที่ถอดความมาจากระบอบคอมมิวนิสต์ จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งพวง!!

 

ส่วนทีมงานเจ๊หน่อย เจ้าแม่กทม. ก็ต้องกระเด็นกระดอนเข้าไปสู่มุมอับตามระเบียบ หลังเปิดโอกาสให้โชว์บทเด่นเป็นนางเอก แต่กลับแสดงออกมาได้ไม่เป็นโล้เป็นพาย เป็นเพียงพระรองนางอิจฉา หลังจากนี้ก็รอวัดใจดูว่าจะอยู่อย่างเหงาๆ หรือออกไปตายดาบหน้า ตั้งพรรคใหม่ให้รู้สี่รู้แปด 

 

บทสรุปพรรคเพื่อไทยคือการรวม “แบงก์พัน” กลับเข้ามาทั้งเสื้อแดง ไทยรักษาชาติ สร้างความยิ่งใหญ่เหมือนสมัยไทยรักไทย เพื่อ “การต่อรอง”

 

ท่ามกลางสมมติฐานการคาดหวังว่าได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่ต้องแยกกันเดิน รวมกันตีเหมือนที่ผ่านมา แว่วว่าไปดีลเรื่องนี้กับฝ่ายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว 

 

แต่ “อาหมวย” กลัวเหลือเกินว่าจะโดนเขาหลอกซ้ำซาก สุดท้าย ท้ายสุดก็ยืนหนึ่งใช้บัตรใบเดียว ทีนี้ก็ตัวใครตัวมันแยกพรรคแตกค่ายกันไม่ทันแล้ว ไหนจะเรื่องตั้งสาขา หาสมาชิกพรรค หนีไม่พ้นถูกคนนินทาหมาดูถูก ดักดานซ้ำซาก 

 

แต่เหนืออื่นใดเลือกตั้งครั้งใหม่ฟันธง 100% ยังต้องใช้กติกาเดิมแน่นอน เพราะตั้งส.ส.ร.มายกร่างทั้งฉบับก็ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี 

 

รัฐบาลจะอยู่ถึงมั้ยไม่ต้องทายให้เมื่อย หลังจากนี้โพลทุกสำนัก โหรทุกสถาบันคงออกมาทำนายเป็นรายวัน รัฐบาลอยู่ได้กี่วันกี่เดือน เรื่องถึงปีคงจะยาก 

 

ดังนั้นฟันธงลงไปเกม “ยุบสภา” เกิดขึ้นแน่ บิ๊กตู่ก็กลับไปลงสนามเลือกตั้งบนกติกาเดิมที่เป็นต่อน่าเกลียด 250ส.ว.ขี่คอรอแจกแต้มอยู่แล้ว 

 

สรุปพรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรมาก รอเวลา รอความหวัง อีกสองปียังน้อยไปสำหรับฟ้าสีทองผ่องอำไพ วันนี้ยังต้องทนอยู่กับฝนตกขี้หมูไหลกันไปอีกนาน 

 

หมวยลำเค็ญ