การดีเบตเลือกตั้้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กับนายโจ ไบเดน คู่ชิงจากพรรคเดโมแครต ที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 ต.ค. ตามเวลาท้องถ่ิน โดยมีคริสเตน เวลเกอร์ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว จากสำนักข่าวเอ็นบีซี ซึ่งเหลืออีก 12 วันที่่จะถึงวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 3 พ.ย.

 

โดยการดีเบตครั้งนี้เพิ่มกฎใหม่ด้วยปุ่มปิดเสียงของอีกฝ่ายเพื่อป้องกันการพูดแทรกเหมือนการดีเบตครั้งแรก แต่ทางผู้จัดยกเลิกการตั้งแผงกระจกกั้น หลังตรวจหาเชื้อนายโจกับนายทรัมป์แล้วผลเป็นลบ และให้เวลาฝ่ายละ 2 นาทีสำหรับประเด็นหลัก 6 หัวข้อตั้งแต่เรื่องโควิด-19  นโยบายต่างประเทศ ประกันสุขภาพ การลี้ภัย เรื่องสีผิว และภาวะโลกร้อน ที่ตลอดการดีเบตทั้งคู่ต่างพยายามควบคุมอารมณ์กับโทนเสียงและพูดแทรกน้อยลง
    
เวลเกอร์เริ่มต้นคำถามเรื่องการรับมือโควิด-19 ไม่ตามข้อเรียกร้องของทีมหาเสียงของทรัมป์ที่ต้องการให้มุ่งประเด็นนโยบายต่างประเทศ เพื่อให้นายทรัมป์แสดงวิสัยทัศน์ถึงผลงานที่ประสบความสำเร็จในตะวันออกกลาง การค้าและซีเรีย รวมถึงการตรวจสอบธุรกิจของนายฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายนายโจ ในยูเครนกับจีน อย่างไรก็ตาม นายทรัม์ก็พูดถึงวัคซีนที่อ้างว่ามีความพร้อมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่นายโจโต้กลับด้วยการย้ำถึงคำพูดของนายทรัมป์ที่เคยกล่าวว่าโรคโควิด-19 จะหายไปเอง แต่จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 925 รายเป็น 228,333 ราย ติดเชื้ออีก 70,9247 ราย เป็น 8,658,277 ราย ซึ่งนายโจเผยว่าอาจมีผู้เสียชีวิตอีก 200,000 รายภายในสิ้นปีนี้
    
ขณะเดียวกัน นายทรัมป์พูดว่านายโจได้ผลประโยชน์จากธุรกิจนายฮันเตอร์ที่ทำร่วมกับยูเครนและจีนในช่วงที่นายโจดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และย้ำถึงข่าวเมื่อไม่นานมานี้ตามข้อมูลที่ได้รับจากแล็บทอปของนายฮันเตอร์ พร้อมกล่าวว่านายโจเป็น “นักการเมืองขี้โกง” ซึ่งนายโจโต้กลับเรื่องการจ่ายภาษีของนายทรัมป์ที่ให้กับจีนมากกว่าการจ่ายภาษีในประเทศ ด้วยธุรกิจของครอบครัวทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์กับโรงแรม ก่อนเปลี่ยนเรื่องด้วยคำพูดว่า นี่ไม่ใช่เรื่องครอบครัวของเขา หรือของผม แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของคุณ
    
ส่วนประเด็นเรื่องสีผิว นายทรัมป์พูดถึงผลงานการปฎิรูประบบยุติธรรมในคดีอาญาและให้กองทุนการศึกษาวิทยาลัยคนผิวสี พร้อมโต้กลับนายไบเดนว่าสมัยที่่ดำรงตำแหน่งในสมัยนายบารัค โอบาม ถึง 2 สมัยว่าอยู่มา 8 ปีไม่ได้ทำอะไรเลย และเผยว่าตัวเองเป็นคนที่รังเกียจสีผิวน้อยที่สุดในห้องนี้ ขณะที่นายโจกล่าวว่าเป็นปัญหารังเกียจสีผิวอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ตลอดการดีเบตเวลเกอร์ พิธีกรวัย 44 ปี ได้รับเสียงชื่นชมที่สามารถควบคุมการตอบโต้ของนายโจกับนายทรัมป์จนรักษาเวลาว่าเวทีนี้เป็นผู้ชนะแท้จริง

 

ที่มา ข่าวและภาพจากบีบีซี